พระพุทธโอวาทสมเด็จองค์ปฐมบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า
                                                                                                                                                                           
โดย  ธวัชชัย  ใจสัตย์

            วันอาทิตย์ที่ 4 ธันวาคม 2548 ผมได้รับโทรศัพท์จากหลวงพี่... ท่านบอกว่าคุณแม่เกษรจะปรับปรุงหนังสือ ธรรมประทานพรเล่ม 5 โดยจะเพิ่มเนื้อหาของพลังแสงทิพย์อริยธรรมเข้าไป แล้วท่านได้เมตตาให้ผมเขียนเรื่องเกี่ยวกับพลังแสงทิพย์อริยธรรม เมื่อทราบความต้องการของคุณแม่เกษรแล้ว ผมรู้ตัวทันทีว่าไม่สามารถเขียนได้จริงๆ เพราะว่าผมไม่มีความรู้เรื่องนี้มากเท่ากับคุณแม่เลย แล้วหนังสือพลังแสงทิพย์อริยธรรมที่คุณแม่เขียนนั้นเนื้อหาก็ครอบคลุมทั้งหมดอยู่แล้ว ผมจะเอาความรู้อะไรไปเขียนได้ล่ะ เช้าวันจันทร์ที่ 5 ธันวาคม 2548 ผมจึงอธิษฐานขอองค์สมเด็จพระผู้เป็นเจ้าวิสุทธิพุทธพลบรมศาดาสัมมาสัมพุทธเจ้าและสมเด็จองค์ปฐมว่าถ้าท่านทรงเมตตาอนุญาตให้ลูกเขียนก็โปรดเมตตาบอกลูกด้วยว่าจะให้ลูกอย่างไร ถ้าไม่ทรงอนุญาตลูกก็จะไม่เขียน สมเด็จองค์ปฐมท่านได้เมตตาอนุญาตและบอกว่า…………

                    พลังแสงทิพย์อริยธรรมนั้น องค์สมเด็จพระผู้เป็นเจ้าวิสุทธิพุทธพลบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านทรงประธานส่งมายงโลกมนุษย์นานมาแล้วตั้งแต่ครั้งพุทธกาล แม้องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านก็ทรงรับพลังแสงทิพย์นี้เหมือนกัน ความจริงแล้วพลังแสงทิพย์นี้ท่านได้ส่งมายังโลกมนุษย์ตลอดเวลา จุดประสงค์ก็คือให้ทุกดวงจิตในโลกมนุษย์ได้มีปัญญารู้ความเป็นจริงแห่งที่มาดั้งเดิมของทุกดวงจิตว่ามาจากไหนและควรที่จะไปที่ไหน ซึ่งทุกดวงจิตในโลกมนุษย์โดยเฉพาะปัจจุบันไม่ทราบ พระอริยสงฆ์ที่เข้าพระนิพพานไปแล้วล้วนเคยรับพลังแสงทิพย์นี้ในอดีตทั้งนั้น ทุกดวงจิตในโลกมนุษย์ปัจจุบันนี้ล้วนแล้วแต่เวียนว่ายตายเกิดมาไม่รู้จักกี่แสนชาติ เหมือนจิตถูกคุมขังในเรือนจำแห่งวัฏทุกข์ ซึ่งก็ไม่รู้ว่าจะพ้นจากเรือนจำนี้ไปได้เมื่อใด ทุกดวงจิตล้วนแล้วแต่หลงกับความสุขในโลกมนุษย์ ซึ่งแท้จริงแล้วเป็นความสุขที่ทุกดวงจิตสมมุติว่าเป็นความสุขหรือเรียกอีกอย่างว่า ความสุขที่เกิดจากการสมมุติ และนับวันยิ่งมีการสมมุติมากขึ้นๆ จนทุกดวงจิตเคยชินกับความสุขที่เกิดจากการสมมุติ สังเกตได้จากโลกปัจจุบันเทคโนโลยีก็ยิ่งมีความเจริญและถูกพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ ทุกดวงจิตก็หลงกับตรงนี้มากขึ้น จนจิตมืดมิดสนิท มิอาจมองเห็นความสุที่แท้จริงและไม่เข้าใจว่าความสุขที่แท้จริงคืออะไร และทำอย่างไรจึงจะพบกับความสุขที่แท้จริง เมื่อจิตมือสนิทก็หลงอยู่ในความสุขแห่งสมมุติ หลงคิดว่าความสุขที่แท้จริงคือร่างกายสมบูรณ์แข็งแรง อยู่สบาย ก็คือความสุข การได้ชื่นชมกับธรรมชาติกับเทคโนโลยีใหม่ๆ นั้นคือความสุข การได้กินอาหารรสอร่อยถูกปากถูกลิ้น ราคาแพงคือความสุข การได้มีความรักกับเพศตรงข้ามและมีเพศสัมพันธ์กัน ก็คือความสุข การได้มีเงิน มีทองมากๆ คือความสุข การอยู่เฉยๆสบายๆคือความสุข  แท้ที่จริงหาได้เข้าใจไม่ว่าเป็นความสุขที่เกิดจากสมมุติทั้งสิ้น ความสุขที่เกิดจากสมมุตินั้นล้วน อนิจจังไม่เที่ยง มีเกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป เมื่อมีอนิจจังเกิดขึ้นก็ย่อมเกิดทุกข์ตามมา ท้ายที่สุดก็ไม่มีอะไรเหลือ ความสุขจากสมมุติก็หายไปไม่เหลือ แม้แต่ขันธ์5 ที่ดวงจิตอาศัยอยู่ ที่ดวงจิตหลงยึดว่าเป็นของเราก็ไม่มีอะไรเหลือ แต่ดวงจิตที่หลงในสมมุติอย่างเต็มที่ จิตก็มืดสนิทบดบังปัญญาเดิมแท้โดยไม่เหลือรูให้เปล่งประกายออกมาได้เลย จิตจึงต้องท่องเที่ยวอยู่ในเรือนจำแห่งวัฏทุกข์โดยไม่มีจบสิ้นเป็นที่เวทนายิ่งนัก ไม่มีโอกาสที่จะพบกับความสุขที่แท้จริง ความสุขที่ไม่มีสมมุติมาปรุงแต่ง ความสุขที่สะอากจากความว่างแห่งจิตปราศจากสมมุติโดยสิ้นเชิง ความสุขแบบนี้แหละเป็นความสุขที่แท้เป็นความสุขของพระอริยเจ้า เป็นความสุขแห่งนิพพาน เป็นบรมสุข เป้นความสุขอยู่นอกเรือนจำแห่งวัฏทุกข์ องค์สมเด็จพระผู้เป็นเจ้าวิสุทธิพุทธพลบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านจึงทรงมีพระมหาเมตตาส่งพลังแสงทิพย์อริยทรัพย์มาให้ทุกดวงจิต เพื่อที่จะเปิดปัญญาแห่งจิตเดิมแท้ ปัญญาแห่งจิตพุทธ ที่ทุกดวงจิตมีอยู่แล้วแต่แรกแต่ถูกบดบังด้วยกิเลส จนมือสนิทให้สว่างไสวออกมา และใช้ปัญญาแห่งพุทธอันเดิมแท้นั้น พิจารณาธรรมอันเป็นคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และพบกับธรรมะอันจริงแท้จนจิตสว่างไสว ปราศจากกิเลสเครื่องเศร้าหมองที่มาบดบังจิตจนมืดสนิท กลายเป็นจิตพุทธโดยสมบูรณ์ เป็นพระอริยเจ้า อันไม่มีสมมุติใดๆหลงเหลืออยู่ กลับสู่บ้านพระนิพพานไม่ต้องมาวนเวียนอยู่ในเรือนจำแห่งวัฏทุกข์ โดยไม่มีที่สิ้นสุด เมื่อทราบความเมตตาขององค์สมเด็จพระผู้เป็นเจ้าวิสุทธิพุทธพลบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้วก็จงรับพลังแสงทิพย์อริยธรรมเถอะครับ ทุกดวงจิตจะได้กลับบ้านพระนิพพานกัน

            ท้ายนี้สิ่งที่เขียนมานี้มิได้เป็นความรู้ของผมเลยแต่เป็นความรู้ของเบื้องบนที่ท่านทรงเมตตาให้เขียนอย่างนี้ ผมเป็นเพียงผู้ถ่ายทอด
เท่านั้นครับและต้องขอขอบพระคุณ คุณแม่เกษรที่เป็นผู้เปิดเผย พลังแสงทิพย์อริยธรรมนี้ให้ลูกๆ หลานๆ ได้รับจนเกิดปัญญาขึ้นในวันนี้ ลองพิจารณาดูนะครับถ้าหากว่าทุกๆดวงจิตในโลกมนุษย์ได้รับพลังแสงทิพย์อริยธรรมแล้วละก็ต่อไปโลกมนุษย์นี้ก็คือนิพพานนั่นเองใช่ไหมครับ